คุณจะได้รับประสบการณ์ความสนุกและความตื่นเต้นอย่างที่สุด ถ้าคุณมีโอกาสได้เข้าชมกีฬาที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงชนิดนี้ ที่สนามแข่งด้วยตาของคุณเอง พร้อมกับสัมผัสบรรยากาศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสัน แค่ลองจินตนาการว่านักเจ็ตสกีทุกคนต้องเร่งความเร็วสูงสุด ผ่านพื้นผิวน้ำที่มีคลื่นสูงต่ำเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อแย่งชิงอันดับ 1 จากเรือแข่งมากที่สุดถึง 18 ลำต่อเรส พวกเขาจะต้องไล่แซงกันตลอดเวลา ด้วยเรือแข่งที่มีกำลังแรงม้าสูงและผ่านการเลี้ยวหนีแรงโน้มถ่วงอย่างรุ่นแรงมากกว่า 20 จุดต่อรอบ  ใช่!  มันคือ บททดสอบแสนยากของการรวมตัวระหว่างทีมสนับสนุนที่ดี, เครื่องยนต์, กล้ามเนื้ออันแข็งแกร่ง, ความทรหดอดทน และการตอบรับคำสั่งจากสมองในเสียววินาที  แน่นอนนักกีฬาในประเภทนี้ต้อง “ยิ่งกว่ากล้า” เพราะมันคือ ที่สุดของการแข่งของมนุษย์ บนพื้นผิวน้ำ  โดยเรือแข่ง ความเร็วสูงที่ไม่มีตัวถังครอบผู้ขับขี่
การแข่งขันรายการนี้ได้บันทึกประวัติศาสตร์อย่างยาวนานตลอด 14 ปีที่ผ่านมา เริ่มจากการแข่งคิงส์คัพครั้งแรกใน ปี 1996 ของกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน 3 ชาติ คือ มาเลเซีย, สิงคโปร์ และไทย ต่อมาได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วสู่ระดับเอเชียแปซิฟิค ในปี 1997-1998 ก่อนที่จะเปิดกว้างสำหรับนักแข่งจากทั่วโลกในปี 1999 พร้อมกับการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง ทำให้เกิดการยอมรับในวงกว้าง และมีการตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมของนักแข่งมากกว่า 18 ชาติ ในปี 2007 ปี 2008 “ระบบแข่งขัน เวิลด์คัพกรังด์ปรีซ์” ได้ถูกนำมาเริ่มต้นใช้ และให้การรับรองอย่างเป็นทางการ ผ่านความเห็น ชอบของสมาคมเจ็ตสกีนานาชาติ IJSBA โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการสร้างความเท่าเทียมกันให้กับนักแข่งทั่วโลก เช่นเดียวกับมาตรฐานกีฬาสากลอื่นๆ ดังนั้น “เฉพาะในรุ่นโปรทั้งหมด” แต่ละชาติ จึงมีสิทธิส่งนักกีฬาลงแข่งขันไม่เกิน 4 คน ต่อ รุ่น แม้แต่ประเทศเจ้าภาพก็จะต้องทำการคัดเลือกและส่งแข่งขันในข้อกำหนดเดียวกัน ซึ่งจะเป็นบท พิสูจน์ว่าชาติและนักกีฬาคนใด สมควรที่จะได้รับเกียรติสูงสุดในการเป็นแชมป์ของแกรนดสแลมรายการนี้ และก่อนที่สถิติจะได้เล่าเรื่องราวสู่ผู้คนรุ่นต่อไป ทัวร์นาเม้นท์ ซึ่งประกอบด้วยคุณลักษณะของเกียรติยศที่สำคัญ 2 ประการ

ในชื่อ “KING’S CUP – WORLD CUP GRAND PRIX” ก็จะเป็นห้วงเวลาที่สร้างประสบการณ์ยิ่งใหญ่แก่ทุกๆคน